โกวเฮ้งเจียะเอี้ย พอได้ยินชื่อนี้หลายคนตระหนกจนหน้าซีดเซียว บางคนคิดหนีออกไปจากหอแสงตะวันแต่ขากลับไม่มีเรี่ยวแรง

    ชายชุดดำท่าทางเดียวดายนี้กลับเป็นบุคคลที่ชวนแตกตื่นสะท้านขวัญที่สุดคนหนึ่งในรอบปีนี้

    เนื่องด้วยเมื่อราวแปดเดือนก่อน โกวเฮ้งเจียะเอี้ยยังคงเป็นศิษย์ในสังกัดดรากูลนีล สำนักคู่ราชสำนักที่สามารถตัดสินโทษแทนทางการได้ ทำลายคดีน่าตระหนกคดีหนึ่ง  เปิดเผยโฉมหน้าของโดมีนิกงวีระบุรุษแห่งมิดการ์ดที่ช่วยชีวิตบุตรชายเจ้าเมืองนิพเฟลอ้างว่าได้เสี่ยงชีวิตช่วยเหลือออกมาจากหุบเขาสัตว์อสูรไมเนอรืที่น้อยคนนักเข้าไปแล้วยากจะได้กลับมา

    ครานั้นโกวเฮ้งเจียะเอี้ยก็อยู่ด้วย ในระหว่างเดินทางกลับ  มีสัตว์อสูรรุมกลุ้มหน่วยช่วยเหลือ โดมีนิกตัดสะพานเชือกหวังเอาชีวิตรอดผู้เดียวทอดทิ้งหน่วยช่วยเหลือและบุตรชายเจ้าเมืองหนีจากหุบเขาปีศาจไมเนอร์ ประจวบเหมาะมีคนในหน่วยสละชีวิตอุ้มบุตรชายเจ้านิฟเฟลกระโดดกลางโยนข้ามหุบรอดจากสัตว์อสูรมาทางฝั่งโดมีนิกซึ่งฉกฉวยเอาความดีความชอบทิ้งในหน่วยช่วยเหลือกว่าสี่สิบชีวิตตกเป็นอาหารสัตว์อสูรเหลือเพียงโกวเฮ้งเจียะเอี้ยกับศิษย์ดรากูลนีลหนึ่งคนและหน่วยช่วยเหลืออีกสองคนรอดกลับมาจากหุบเขาในครึ่งปีต่อมา

  โกวเฮ้งเจียะเอี้ยซึ่งรับปากจากคนในหน่วยช่วยเหลือก่อนตายให้ล้างแค้นจึง มุ่งหน้ากลับหวังจับตัวมาดำเนินคดีทำให้คนในหน่วยเสียชีวิตมากมายกลับพบโดมีนิกอยู่อย่างสุขสบายบนกองกระดูกเชิดหน้าเป็นวีระบุรุษผู้เสี่ยงภัยช่วยเหลือบุตรชายเจ้าเมืองนิพเฟลจึงบุกเข้าบ้านจับกุมฝ่าคนคุ้มกันและสังหารไปถึงหกสิบเจ็บสิบคน

  องครักษ์คุ้มกันโดมีนิกซึ้งหลายคนในนั้นจัดเป็นยอดฝีมือชั้นหนึ่ง กลับถูกโกวเฮ้งเจียะเอี้ยคนเดียวสังหารสิ้น โดยที่ไม่ได้รับบาดแผลใด ๆเลย นอกจากรอยขาดของเสื้อผ้า

   หลังคดีสยอง แม้เป็นความดีต่อบ้านเมืองแต่ก็รุนแรงเกินไป คดีจึงยืดเยื้ออยู่ครึ่งปีระหว่างนั้น สำนักดรากูลนีลถูกปลดออกจากการเป็นสำนักคู่ราชสำนัก ศิษย์ต่างออกจากสำนักอาจาร์ยที่เหลือสองท่าน หนึ่งเสียใจจนกระอักโลหิตตาย อีกท่านยอมจำคุกในกรมราชทัณท์ส่วนโกวเฮ้งเจียะเอี้ยถูกขับออกจากสำนักแล้วหายสาปสูญไป

แต่บัดนี้กลับปรากฏตัวในหอเล็กแห่งนี้

                โกวเฮ้งเจียะเอี้ยกลับมีสีหน้าเรียบเฉยพลางจ้องมองใบหน้าชายหนุ่มกล่าวว่า

                “อาจใช่ แม้มันอาจมีฝีมืออยู่ลำดับห้าสิบจริงแต่ท่านเหนือนกว่ามันสิบขั้นโดยไม่ต้องสงสัย”

                “หรือท่านคิดว่าถ้ามันอยู่เพียงลำดับแปดสิบเอ็ด เราก็อยู่เพียงลำดับเจ็ดสิบเอ็ดเท่านั้น”

                โกวเฮ้งเจียะเอี้ยกลับไม่ตอบยกจอกสุรากรอกแห้งถอนหายใจกล่าวเสียงเย็นชา

                “เลทัส หากท่านคิดลงมือล้างแค้นเรา ใยถึงต้องไปคุกคามพวกมัน”

                เลทัสหัวร่อสอดดาบเข้าฝักพลางยิ้มแย้มหันมากล่าว

                “วันนี้เราไม่คิดล้างแค้นท่าน เพียงมาขอบคุณ”

                “ขอบคุณ ?”

                “หากไม่เพราะคดีรายนั้น เราคงไม่ได้มาเป็นอาจาร์ยฝึกสอนหน่วยธงเขียวของราชสำนัก”

                “งั้นท่านคงสุขสบายกว่าที่เราคิดไว้”

                “นั่นกลับลำบากกว่าที่ท่านคิด เพราะหน่วยนี้ต้องฝึกอย่างเข้มงวดยิ่ง”

                “อ้อ”

                “แต่วันนี้เราพาศิษย์ทั้งสี่ที่อบรมนี้เราพามาทดสอบกับเพลงดาบของท่าน”

                เพียงเลทัสโบกมือร่างทั้งสี่ขยับวูบอย่างรวดเร็ว

           พริบตาเดียวเท่านั้นโกวเฮ้งเจียะเอี้ยก็ถูกล้อมทั้งสี่ทิศ ศิษย์เลทัสทั้งหมดชักดาบออกมาเป็นดาบชนิดเดียวกันทอแสงสีน้ำเงินครามออกมา ชี้ปลายดาบเฉียงมายังใบหน้า

               ในมือโกวเฮ้งเจียะเอี้ยไม่มีจอกสุราแล้วกลับกำดาบ

               ดาบสีดำ

             สี่คนนี้แม้ใช้อาวุธเดียวกันแต่รูปร่างกลับแตกต่างกัน คนทางด้านหน้าผอมสูง คนซ้ายมือล่ำสัน คนขวาร่างเล็กปราดเปียว ส่วนคนด้านหลังกลับเตี้ยล่ำ จ้องมองโกวเฮ้งเจียะเอี้ยด้วยสีหน้าชิงชังจับใจ

            หากทั้งสี่จะใช้ค่ายกลย่อมได้ผลน้อยมากกว่าใช้คนที่มีรูปร่างคล้ายคลึงกัน แต่มันทั้งสี่กลับตั้งค่ายกลขึ้น ค่ายกลที่พิสดารคล้องเกี่ยวกันราวกับสายน้ำเคลื่อนรอบตัวโกวเฮ้งเจียะเอี้ย รังสีดาบที่เย็นเยียบสวยงามสีน้ำเงินครามสะกดผู้มองให้หลงใหลงดงามยิ่งดุจดังท่านยืนชมน้ำตกจากหุบเขาที่สวงงาม แต่หากท่านตกในวงล้อมน้ำตกนี้เพียงพลั้งเผลอน้ำตกที่จะเกรี้ยวกราดกลืนท่านแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี

            เลทัสพลางกล่าว

          “คิดฝึกค่ายกลวารีไหลของสำนักเราไม่ง่ายดายเลย เพียงแต่พวกมันมีแรงกระตุ้นที่ดียิ่ง ”

         มันแม้กล่าวด้วยท่าทีปลอดโปร่งแต่ไม่ละลายสายตาไปจากดาบในมือของโกวเฮ้งเจียะเอี้ย

     ดาบทั้งสี่จู่โจมแล้ว โกวเฮ้งเจียะเอี้ยลุกจากเก้าอี้หลบดาบแรกพลาดฟันเก้าอี้แหลกละเอียด ดาบสองกลับสะบัดใส่ก้านคอ ดาบที่สามฟันใส่ท้อง ดาบที่สี่ฟันเข้ากลางหลัง

        เลทัสกล่างพลางแค่นหัวร่อ

       “แรงกระตุ้นนั้นคือสังหารท่าน !!”

      ค่ายกลดาบทั้งสี่ฟันพลาดไปหนึ่งแต่อีกสามดาบฟันเข้าใส่โกวเฮ้งเจียะเอี้ยอย่างไม่มีทางหลบเลี่ยง หากคิดจะรอดชีวิตมีแต่ต้องใช้ดาบออกมาต้านทาน

     เพียงแต่ว่าคู่มือของโกวเฮ้งเจียะเอี้ยหลังจากกลับมาจากหุบเขาไมเนอร์ทุกคนขอเพียงโกวเฮ้งเจียะเอี้ยใช้ดาบต่างไม่เคยมีชีวิตรอด ดาบที่ใช้หลังจากกลับมานั้นไม่ใช่ดาบปราณของดรากลูนีลแต่เป็นดาบปีศาจเล่มนึง ที่อาถรรพ์ชั่วร้ายที่สุด และบรรญัติวิชาดาบขึ้นมาใหม่อีกชุด

    เลทัสกระหายอยากได้ดาบอาถรรพ์เล่มนั้น หวังว่าตอนโกวเฮ้งเจียะเอี้ยหลังถูกขับออกจากสำนักอาวุธจะถูกยึดไว้แต่กลับหายไปด้วย มันคาดว่าจะอยู่ที่โกวเฮ้งเจียะเอี้ย พอเห็นดาบในมือกลับผิดหวังแล้ว

   ดาบสีดำสนิทอยู่ในฝักหนังฉลามด้ามดาบประทับตราตระกูลซิดที่เลื่องชื่อในการสร้างอาวุธต่างจากที่มันเคยเห็นในวันนั้น ดาบสีดำเช่นเดียวกัน มีตราประทับเป็นดวงตามาร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลตีดาบของดาร์ทเอลฟ

     แต่มันยังคงมองดูดาบในมือของโกวเฮ้งเจียะเอี้ย

    เนื่องด้วยแม้จะไม่ใช่ดาบเล่มเดียวกันแต่วิชาดาบชุดใหม่ที่บรรญัติมานั้น ชั่วร้ายเกรี้ยวกราดยิ่งกว่า มันพยายามสังเกตุเพื่อหาจุดอ่อนจุดแข็งในวิชาดาบให้ออก

   โกวเฮ้งเจียะเอี้ยยังไม่ได้ใช้ดาบ เพียงใช้ฝ่ามือกระแทกใส่ข้อมือของคนด้านหน้าหนึ่งฝ่ามือ เตะออกด้วยความเร็วที่เหนือล้ำยิ่งกว่าไปที่ใบหน้าคนทางซ้าย ชกหมัดสวนท้องคนด้านหลัง พลิกตัวหลบออกค่ายกลด้วยท่าที่รวดเร็วยิ่งกว่า

   ชายหนุ่มทั้งสี่กระเด็นออกไป แต่ยังไม่เลิกรา ทั้งสี่คล้ายคิดเสี่ยงชีวิตหวังบีบให้โกวเฮ้งเจียะเอี้ยใช้ดาบให้ได้ คราวนี้ค่ายกลรัดกุมกว่าเดิมซ้ำยังรวดเร็วและเกรี้ยวกราดกว่า

    โกวเฮ้งเจียะเอี้ยมีแต่ต้องถอย

    อย่างไรร่างกายของมันยังคงเป็นเลือดเนื้อมิใช่เหล็ก มิใช่อาวุธ ไม่อาจต้านทานคมดาบได้

    ดังนั้น ถึงเวลาที่ต้องใช้ดาบแล้ว

    ดาบที่อำมหิต ไร้น้ำใจ

    ดาบอสูร !! ดาบอสูรสมปรารถนา

   ดาบออกจากฝักกรีดโค้งเป็นวงคล้ายเดือนเสี้ยว คล้ายเดือนบนผิวน้ำ พลันมีระลอกคลื่นบนผิวน้ำเดือนเสี้ยวก็แตกกระจาย จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ มากทวีขึ้น

    เสียงดาบกระทบเนื้อ เสียงกระดูกหักดังติดต่อกันหลายครั้ง

    ค่ายกลสลายแล้ว

   น้ำตกเหือดแห้ง

   วารีหยุดไหล

    มีแต่โลหิต

    แต่ไม่มีคนตาย

   เนื่องเพราะวิชาดาบอสูรของโกวเฮ้งเจียะเอี้ยแม้อาถรรพ์ ดาบของโกวเฮ้งเจียะเอี้ยไร้น้ำใจ แต่มันกลับมีน้ำใจ มันรู้ว่าทั้งสี่คนมาล้างแค้นมันเนื่องเพราะคดีคราวนั้น มันถึงกับสังหารคนมากมายเกินไป มันจึงยอมรับความแค้นของลูกหลานพี่น้องขององครักษ์เหล่านั้นไว้ อย่างไรมันยังไม่อาจหักใจสังหารคนหนุ่มอายุสิบเจ็ดสิบแปดเหล่านี้ จึงใช้เพียงสันดาบฟันไป

  ในกลุ่มแขกที่มุงดูมีทั้งแตกตื่นจนบ้างอาเจียน บ้างตระหนกปัสสาวะหลั่งไหลชุ่มเป้ากางเกง เถ้าแก่ใหญ่กลับมองดูส่ายหน้าพลางกล่าว

   “คนหนุ่มเหล่านี้ดูท่ายังพอมีโชคอยู่บ้าง”

   บริกรหนุ่มที่เคยสงสัยบัดนี้ยืนชมอ้าปากค้าง หันไปถาม

   “พวกมันโดนฟันเจ็บสาหัสปานนั้น เถ้าแก่ท่านว่ามันยังโชคดีอีกรึ ?”

  “เฮอะ หากเป็นยามปกติศรีษะพวกมันคงโดนฟันหล่นมาใช้แทนโถปัสสาวะหมดสิ้นแล้ว ดาบอสูรสมปรารถนาพอใช้ออกก็บังเกิดเพลิงอำมหิตยากบังคับฝืน หากพวกมันไม่โชคดีจริงคงไม่แค่โดนสันดาบหรอก”

   พวกออคที่ล้มอยู่ตอนแรกก็เงียบแล้วไม่กล้าส่งเสียงอะไรออกมา แขกทั้งหลายต่างยืนแข็งทื่อ แต่มีผู้เดียวที่พุ่งออกมาแทงกระบี่เข้าใส่โกวเฮ้งเจียะเอี้ยจากข้างหลัง แทงเข้าที่คอ

   กระบี่ที่หวังสังหารให้ตายในคราวเดียว

   เสียงติงดังสนั่น กระบี่นี้กลับพลาดไปปักตรึงเพดานห้องโถง

  “นึกไม่ถึง คนอย่างท่านกลับใจอ่อนลงปานนี้”

  ผู้ที่กล่าววาจานี้เป็นชายหนุ่มท่าทางสดใส เปล่งประกาย ผมหยักศก ยาวประบ่า ที่เคยร่วมดื่มกับโกวเฮ้งเจียะเอี้ยเมื่อวันก่อน

  “ท่านก็มาสายอีกเช่นเคย หมิงเทียนหยา”

   โกวเฮ้งเจียะเอี้ยพูดโดยไม่หันกลับไปมอง

    

     นอกจากคลายทุกข์แล้ว บางครั้งสุราเมื่อดื่มยิ่งพาคึกคัก ในห้องโถงยามนี้มีเพียงเสียงคุยกันเซ็งแซ่

 

 

   โต๊ะหนึ่งเป็นบรรดาเหล่าออค มิทราบว่าเป็นเผ่าไหนท่าทางเมามายมากแล้ว กำลังโอ่ประโคมกันอยู่น้ำเสียงของชาวออคมักกระด้าง

    “ดาบของรุชกุซวันนั้นข้ายังจำได้”

    ออคหน้าเขียว จมูกงองุ้มปลายแหลมยาว ใบหูของมันก็แหลมเหมือนค้างคาว ประดับด้วยห่วงทองเหลืองทั้งสองข้าง เสียงมันแหลมกระด้างยิ่ง กำลังคุยโวถึงหัวหน้ากลุ่ม

   “ขุนโจรอันดับหนึ่งแห่งมัสเปลส์เฮม จัดถึงเป็นอันดับหกสิบสามแห่งทำเนียบอาวุธ ยังถึงกับถูกเจ้าสังหารสิ้นทั้งคนทั้งม้า”

    “ข้าก็จำได้ วันนั้นมันบังอาจคิดปล้นขบวนสินค้าที่พวกเราคุ้มกัน เฮอะ !! นึกมิถึงเพียงดาบเดียวมันจะจบสิ้น”

    ออคหน้าเขียวมีสีแดงสดทาแก้มเป็นทางยาวทั้งสองข้างกล่าว ออคตนนี้ย่อมเป็นเจ้าของดาบอันน่าตกตะลึง

    “ฮึ !! ข้ารุชกุชกลับประเมินทำเนียบอาวุธไว้สูงนัก มนุษย์คนนั้นฝีมือกลับต่ำทรามยิ่ง วิชาตัวเบาของมันที่ร่ำลือกันกลับไม่ทันได้ใช้ก็ตายเสียแล้ว”

    ออคอีกตนกล่าวว่า

   “ข้าว่ามนุษย์ยกย่องกันเกินจริง ดูเอาเถอะ ดาบฟันม้าของเจ้าที่รั้งอยู่อันดับแปดสิบเอ็ดอย่างสมควรจัดอยู่อันดับห้าสิบมากกว่า”

    เป็นที่รู้กันดีในมิดการ์ดนี้ ตำราทำเนียบอาวุธแม้จะมีการจัดอันดับหนึ่งถึงร้อยเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วอาวุธในใต้หล้านี้กลับมีมากมายเกินจะนับถ้วนได้ แม้เป็นเพียงอันดับร้อยซึ่งรั้งท้ายสุด แม้ยอดฝีมือทั่วไปหากคิดจัดการยังถึงกับเป็นเรื่องยากยิ่งนัก

    นอกจากอาวุธทั่วไปแล้ว ยังมีอาวุธวิเศษ มีคุณค่าสูงยิ่ง บ้างมีอาถรรพ์น่าสะพรึง เจ้าของอาวุธบางชิ้นเพียงแค่ครอบครองอาวุธวิเศษในอันดับต้น ๆ วิชายุทธ์ถึงกับเพิ่มพูนยากจัดการ

    “หากเจ้าว่ามันอยู่อันดับที่แปดสิบเอ็ด แล้วคิดว่าสมควรอยู่อันดับห้าสิบจริง ข้าควรอยู่อันดับใด”

  พลันมีซุ่มเสียงหนึ่งดังมาจากทางหน้าประตู ในห้องโถงต่างเงียบเสียงลง ทุกสายตาต่างหันมองไปทางต้นเสียงนั้น

    “เจ้าว่ากระไร !!”

    กลุ่มออคทั้งหมดต่างลุกขึ้น ส่งเสียงเกรี้ยวกราดถลึงตามองไปยังหน้าประตู พบเห็นกลุ่มชายฉกรรจห้าคน หนึ่งในนั้นมีเค้าหน้าคล้ายพวกเอลฟ์

    “เฮอะ !! หรือเจ้ายังฟังวาจาของเราไม่ออก หากเป็นเยี่ยงนี้ ใช่สมควรให้พวกออคอย่างเจ้าจัดอับดับทำเนียบอาวุธอีกหรือ ข้าว่า หากเป็นเช่นนี้ทำเนียบอาวุธคงเหลวไหลเลอะเทอะยิ่งกว่านิทานหลอกทารกกระมัง”

    ชายที่มีเค้าหน้าละม้ายคล้ายพวกเอลฟ์ ยามที่กล่าววาจากับขัดกับใบหน้าอันหล่อเหลา สุขุม ชุดแต่งกายของชายกลุ่มนี้ยังดูค้ลายเจ้าหน้าที่ของกรมเมืองมิดการ์ด หากแต่เวลานี้กลับไม่ติดตราสัญลักษณ์ที่อกเสื้อ แสดงว่าออกจากเวลาทำงาน อีกสีคนข้างหลังก็แต่งกายแบบเดียวกัน

    ใบหน้าของรุชกุซยามนี้เขียวคล้ำด้วยโทสะยิ่งกว่าเดิม มันตะคอกเสียงดัง

   “มารดาเจ้า เด็กน้อยอย่างเจ้าหากคิดท้าทายดาบฟันม้าของข้ารุชกุซ จงเข้ามาทั้งหมดพร้อมกัน แม้เจ้าจะทำงานกรมเมือง เวลานี้เจ้าเป็นเพียงปุถุชนธรรมดา ข้าขอรับรู้ฝีมือเจ้าสักครา”

    ชายหนุ่มพลันยิ้มกล่าวว่า

    “ออคผู้คลุ้มคลั่ง เพียงข้าคนเดียวก็เพียงพอ หากเจ้าต้องการท้าประลอง ข้าก็ยินดีสนอง”

  ทุกโต๊ะต่างเงียบแล้ว เวลานี้บางโต๊ะถึงกับลุกหนีหลบไปข้างหลัง รุชกุซชักดาบฟันม้าคู่ใจของมันออกมาจากฝัก ดาบออคนี้แม้จะมิใช่โลหะที่ดี หากแต่เป็นดาบหัวตัดสันใหญ่ คมเบาบาง ใบหนากว้างหนักจนกระทั่งหากให้มนุษย์ร่างใหญ่มาประคองด้วยสองมือยังมิอาจใช้ออกได้สะดวก

    ข้างชายหนุ่มนั้นก็ชักดาบออกมาแล้ว เป็นดาบที่ดียิ่ง ลักษณะเหมือนดาบที่พวกนักรบชาวเอลฟ์นิยมใช้กัน ใบดาบยาวเรียว แหลมเล็ก แต่หนากว่ากระบี่ของชาวเผ่าที่อยู่ทางตะวันออก แต่รูปทรงคล้ายกันยิ่ง ตัวดาบคล้ายกับมีแสงสีน้ำเงินอมเขียวทอประกาย

    มันถ่ายทอดพลังปราณเข้าสู่ตัวดาบแล้ว !!

    รุชกุซเองเวลานี้ก็เห็น มันจึงถ่ายทอดพลังปราณเข้าสู่ดาบบ้าง ดาบออคนี้ถึงกับค่อย ๆทอแสงสีน้ำเงินอมม่วงออกมา

    บัดนี้ผู้คนทั้งหลายต่างมองออก คนทั้งสองมีพลังปราณขั้นเดียวกัน ซ้ำฝ่ายหนึ่งยังมีฝีมือสูง อีกฝ่ายเยือกเย็นน่ากลัว หากตัดสินกันต้องวัดที่เพลงยุทธ์ ความคมกล้าของอาวุธ แม้ดาบออคจะดูด้อยเมื่อเทียบเนื้อโลหะ แต่ความหนาใหญ่นั้นได้ทดแทนกัน

    ท่ามกลางความเงียบอันน่าหวาดเสียวนี้ ชายชุดดำยังดื่มสุรา ราวกับไม่นำพากับเรื่องที่เกิดตรงหน้า แต่แก้วตามันพลันหดเล็กลง คล้ายว่ามันรู้จักบุคคลที่กำลังเสี่ยงชีวิตตัดสินเป็นตายตรงหน้า

    ใช่มันเป็นห่วงหรือไม่ หากมันเป็นห่วงจริง ใยมันถึงได้ดูเดียวดายเยี่ยงนี้ ?

    ขณะนั้นเอง รังสีสังหารได้ก่อตัวขึ้นมาแล้ว !!

    พริบตานั้น รุชกุซคำรามก้อง พลันฟาดดาบออกไป

    ดาบที่เกรี้ยวกราดยิ่ง ดุดันยิ่ง ยอดฝีมือทั้งหลาย ภายหลังจากเหตุการ์ณนี้ยังออกปากยอมรับว่า ที่พวกมันโอ่ประโคมว่าควรจัดอยู่อันดับห้าสิบนั้นมิใช่เรื่องเกินเลย

    ช่วงเร็วกว่ากระพริบตานั้นเอง ประกาบดาบรุชกุซกลับเลือนหายไป มีเพียงโลหิดสีแดงเข้มฉีดกระจายราวกับกลีบดอกไม้ปลิวไสว

    ดาบรุชกุซเองถึงกับกระเด็นปลิวออกไป !!

    ที่แท้ดาบของชายหนุ่มนั้นยังไวกว่า ซ้ำยังแม่นยำกว่า ถึงกับกรีดผ่านข้อมือรุชกุซระหว่างจู่โจมและกระแทกดาบรุชกุซจนปลิวกระเด็นไป

    นี่เป็นดาบที่ว่องไวเพียงใด !!

    ใบหน้ารุชกุซที่เขียวคล้ำ ยามนี้กลับซีดเซียวแล้ว มันทรุดนั่งกุมข้อมือหายใจหอบถี่

    ชายหนุ่มยิ้มเยาะ ถามอย่างลำพอง

    “หากเจ้าสมควรอยู่อันดับห้าสิบ ข้าสมควรอยู่อย่างน้อย อันดับสี่สิบใช่หรือไม่”

    ชายหนุ่มกลับสะบัดดาบฟันใส่โต๊ะของชายชุดดำจนผ่าซีก ส่งเสียงเกรี้ยวกราดถาม

    “ท่านคิดว่าถูกต้องหรือไม่ โกวเฮ้งเจียะเอี้ย !!”