chronicle of bianco-บทนำ

posted on 27 Dec 2010 14:54 by the-gangster in chronicle-of-bianco

            ห้องซีดขาวผ้าม่านเหลืองจางๆ แสงสลัวแว่วเสียงไอของชายชรา

           มันเอียงกายพิงเตียงอย่างอ่อนล้า  ดวงตาซีดเทาท่าทางอมโรค แม้ใบหน้ามันจะดูอิดโรยแต่ยังคงมีประกายตาที่คมกล้าคุกคามผู้คน     เวลาที่ผ่านมามิอาจลดทอนความเข้มแข็งของตาคู่นั้นลงแต่อย่างใด

          หากท่านเป็นคนในเมืองนี้ท่านสมควรยิ่งที่จะรู้จักชายชรานี้ ยิ่งท่านอยู่ในวงพวกนักเลงท่านยิ่งสมควรรู้จักมันผู้นี้

          คาวาลโล ผู้นำแห่งตระกูล บิอันโค ที่คุมอำนาจในวงนักเลงแห่งเมืองหลวงนี้ มันเคยผ่านศึกหลายครั้ง ทั้งน้อยและใหญ่จนผู้คนในวงนักเลงต่างครั่นคร้าม บัดนี้กลับเป็นเพียงชายชราอมโรคใกล้ตาย

           ข้างเตียงมีเงาร่างของชายหนุ่มสองคน บุรุษอาภรณ์ขาวท่าทางอิดโรยแต่ยังคงแฝงความทะนงใบหน้ามันดูไปคล้ายชายชรา อยู่หลายส่วนจมูกคมสันคิ้วดกหนา

          บุรุษอีกคนยืนอยู่ข้างหลังมันชุดสีเทาจางๆ  แววตาหมองหม่นใบหน้าคมคายแต่กลับซีดขาวราวน้ำแข็งปากมันเม้มแนบสนิท

          “คานัล เวลาเราเหลืออีกเท่าใด”

          ชายชราหันไปถามน้องชาย

          “อย่างเร็วครึ่งปี อย่างมากไม่เกินหนึ่งปี”

          มันหยีตาตอบ ท่าทางมันแม้ดูอ้วนฉุ แววตาดูกลิ้งกลอก ฉายามันยิ้มพิฆาตฟ้า บนใบหน้ามันที่มักมีรอยยิ้มอยู่เสมอยามนี้รอยยิ้มบนใบหน้ามันกลับสลายไปสิ้น

          “อาจบางที ยังทันคราวเลือกผู้นำตระกูลครั้งต่อไป”

          คานัลตอบพลางก้มมองดูมือที่สั่นระริก

          “ครึ่งปี หนึ่งปี”

          ชายชราทวนคำพลางไอพลาง แหงนหน้ามองเพดานท่าทางเลื่อนลอย พลันหลับตาลงกล่าวช้าๆ

          “จะครึ่งปีหรือหนึ่งปีเวลานี้แทบไม่มีอันใดต่างกัน”

          “บิดา ท่านอย่าได้กล่าวอย่างนี้ บางทีข้าพเจ้าอาจจะหาหมอที่รักษาอาการป่วยท่านได้”

          ชายหนุ่มในชุดขาวกล่าว พลันน้ำตาของมันคลอ แต่ไม่อาจปล่อยให้หลั่งลงมา

          “โคโนส อย่าได้เสียใจ มนุษย์เราล้วนแล้วย่อมต้อง เกิดแก่เจ็บตาย จะอย่างไรเสียสักวันย่อมถึงเวลาของเรา”

          บุรุษอาภรณ์ขาวพลางตอบรับด้วยเสียงสั่นเครือ สีหน้ามันหม่นหมองลงกว่าเดิม

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

          “เจ้าเองก็สุขภาพไม่สู้ดี การคัดเลือกผู้นำตระกูลเราในอีกสิบเดือนข้างหน้า หากเจ้ามีผู้ช่วยฝีมือกล้าแข็งเราก็ไม่เป็นห่วง เราเพียงหวังว่าวิชาฝีมือเราเจ้าสามารถนำไปใช้ในวันหน้าได้ ตระกูลเรายังคงรักษาอำนาจไว้ ไม่ถูกทำลาย หรือมีคนอื่นที่หวังแย่งชิงสมบัติของเราที่สร้างมา !!”

          ชายชราพลันกล่าวอย่างเกรี้ยวกราดพลางกวาดตามองไปยัง บุรุษชุดดำและ คานัล

          คานัลพลางยิ้มประจบกล่าวว่า

          “พี่ใหญ่ ท่านอย่าได้กังวล นอกจากเราแล้วยังมีบุตรชายเราคอยช่วยสนับสนุนอีกแรง รับรองว่าการคัดเลือก ผู้นำตระกูลอื่นใต้สังกัดเราย่อมไม่อาจเอาชนะเราได้”

สีหน้าชายชราอ่อนลงกว่าเดิม หันไปกล่าวกับบุตรชายว่า

        “เรารู้ว่าเวลานี้เจ้าฝึกวิชาฝีมือเราไปได้ถึงเจ็ดส่วน แม้เพียงพอที่จะอยู่ในวงนักเลงได้แล้ว แต่การคัดเลือกในปีนี้ไม่อาจประมาท นอกจากผู้นำแต่ละสาขาแล้วยังต้องมีตัวแทนที่ออกไม่สู้เสี่ยงตายอีก หวังว่าเจ้าคงวางแผนได้ดี”

          ชายชุดขาวก้มหน้าตอบว่า

          “บิดา ท่านอย่าได้กังวลจนกระทบต่อโรค จะยิ่งทรุดหนัก ข้าพเจ้ามีแผนเตรียมรับมือในงานนี้ไว้แล้ว”

          “ดี”

         รับคำเสร็จ มันก็หันไปพลางบุรุษอาภรณ์สีเทา

          “ซฟอนโด เจ้าเข้ามาเรามีคำพูดจะบอกกับเจ้า” ชายหนุ่มก้มศรีษะเดินเข้าไปหาชายชราแววตามันดูคล้ายคับแค้นคล้ายสำนึกเสียใจ

          “เสียดาย เราไม่อาจให้เจ้าขึ้นเหนือพี่ชายมาดูแลตระกูลออกหน้าออกตาได้ เรารู้สุขภาพของมันไม่ดี วิชาฝีมือเราถ่ายทอดให้เจ้ายังเหนือกว่ามันถึงสองขั้น”

          มันมองหน้าชายชรา ในดวงตามันคล้ายมีสายฟ้าปรากฎ

          “เจ้าแม้เป็นบุตรนอกสมรสเรา อย่างไรเสียเจ้ากับมันเป็นพี่น้องกัน มิว่าอย่างไรเลือดย่อมข้นกว่าน้ำ เราขอสั่งเสียอย่าได้ทำร้ายกัน แม้เราจะผิดต่อมารดาเจ้าแต่บัดนี้ เรามิมีอะไรให้เจ้าซ้ำยังต้องมอบภาระอีกครึ่งของตระกูลเจ้าต่อเจ้า หากเจ้ารับปากบิดาก็ไม่ห่วงแล้ว”

          “ข้าพเจ้าขอรับปาก มิว่าอย่างไรจะไม่ทำร้ายกันหากผิดคำพูดขอให้ฟ้าพิฆาตไม่ได้ตายดี”

           ชายชราเมื่อได้ยินแล้วสีหน้าผ่อนคลายลง แต่ยังคงจับจ้องที่ใบหน้ามันพลางกล่าวว่า

          “ดี เราขอมอบภารกิจนี้ให้เจ้า จงไปรับบุคคลเหล่านี้มาเข้ากับตระกูลเรา มันเหล่านั้นมีสหายของเราแนะนำมาหากได้พวกมันมาช่วยงานย่อมจะสร้างรากฐานให้ แก่เจ้าทั้งสองได้ รายละเอียดล้วนอยู่ในซองนี้แล้ว”

          ชายหนุ่มรับซองแล้วหันกายเดินจากห้องซีดขาวนี้ไปทันที

Comment

Comment:

Tweet

I4lBj3 <a href="http://tevjksbfduzi.com/">tevjksbfduzi</a>, vkpyrofmjbsh, [link=http://leobildefifo.com/]leobildefifo[/link], http://tpvnbbtpmfua.com/

#9 By ksnuhyefydc (103.7.57.18|222.172.100.68) on 2012-09-17 15:29

เจ้าอ้วนนี่เป็นอาของตัวชุดขาวกับเทาครับท่าน

#8 By Dreizehn on 2010-12-29 08:01

ชอบครับ คอเดียวกันเลย big smile Hot!

#7 By tejovati on 2010-12-29 00:09

เห็นด้วยกับ #5 นิดๆน่ะครับ =w=;

แต่ว่าชอบการใช้คำนะครับ แม้ว่าบางทีอาจจะอ่านขัดๆไปบ้าง -w- ;;

โหวตชื่อ โกวเฮ้งเจียะเอี้ย (เงาโดดเดี่ยวร่างเดียวดาย)
กับ หมิงเทียนหยา (ขอบฟ้าใส)

สู้ๆนะครับ รอดู :3

#6 By Ris'tsu on 2010-12-28 20:39

ตัวแรก ลุงชอบชื่อ เงาโดดเดี่ยวร่างเดี่ยวดาย นะ

ตัวสอง ลุงชอบชื่อ ขอบฟ้าใส


ปล.ขออนุญาตินะ (ไม่สบายใจ วรท่านกรุณาแถลงไข ข้าจักจัดการให้ออกไปสิ้น)

คือว่า เรื่องข้างบน ลุงอ่านแล้วอ่านอีก ลุงยังว่ามันขัดๆตรงการบรรยายลักษณ์นิดนึง อย่างบุรุษอาภรณ์ขาวที่อิดโรย ถัดมาเจอ ร่างอ้วนฉุ

หรือลุงอ่านไม่ดีเองนะ

#5 By LungDeng on 2010-12-28 17:10

หมิงเทียนหยา (ขอบฟ้าใส)

#4 By art (110.164.244.41) on 2010-12-28 15:24

1.โกวเฮ้งเจียะเอี้ย ความหมายดี แต่ชื่อยาวไปป่ะ มันจะทำให้จดจำยากอ่ะ เวลาอ่านถ้าต้องจดจำชื่อตัวละครอยุ่จะหมดสนุกไป 5%
2.หมิงเทียนหยา

ปล.แนะนิดละกันนะ คำว่า "มัน" ในหลายๆประโยคอ่านแล้วจะสับสนกับตัวละคร ขอแนะให้ใช้เป็นชื่อตัวละครแทนคำว่า "มัน"น่าจะดีกว่านะเพื่อนเด็ท

#3 By Princess-Ha-Ha (58.64.74.34) on 2010-12-27 23:11

น่าอ่านดีแฮะ จะคอยติดตามผลงานนะครับ

ขอโหวตชื่อนี้ โกวเฮ้งเจียะเอี้ย (เงาโดดเดี่ยวร่างเดียวดาย)
ชอบความหมายมาก

และ หมิงเทียนหยา (ขอบฟ้าใส) แล้วกันครับ ^^

ปล.ขอบคุณนะครับ ที่มาตามอ่านนิยายผม XD

#2 By TaNBaBa on 2010-12-27 18:38

ปล.

ขอชวนท่านร่วมโหวต ชื่อตัวละครหน่อยจ้า

ตัวแรก

1.โกวเฮ้งเจียะเอี้ย (เงาโดดเดี่ยวร่างเดียวดาย)

2.ต้อเกี้ยเง็กซี (ฝืนทวนความประพฤติ)

---------------------------

อีกตัว

1.หลันเทียนซื่อ (กลุ่มดาวพิจิก แซ่หลันแปลว่าดอกบัว )

2.หมิงเทียนหยา (ขอบฟ้าใส)

ชอบชื่อไหนโหวตมากันครับ


ตัวละครตัวนี้ขาดชื่อที่ถูกใจตอนหน้าจะออกแล้วร่วมสนุกกันนะครับconfused smile

#1 By Dreizehn on 2010-12-27 17:39